ReadingBingo

2015/Feb/07

แปะๆ ก่อนไปแปลงานต่อ ควบทีเดียว 2 เรื่องเลย อุอุ
 
 
 
 
เครดิตภาพ http://www.welovebook.com/
 
ชื่อเรื่อง : ปริศนาแอตแลนติส
ผู้แต่ง : Clive Cussler
ผู้แปล : สุวิทย์ ขาวปลอด
สำนักพิมพ์ วรรณวิภา
จำนวนหน้า : 928 หน้า
ราคาปก : 300 บาท
 
ตอบโจทย์ A book set on a different continent
คนละทวีปกับเอเชียแน่ๆ ค่ะ ก็พี่เล่นอยู่ในทวีปแอนตาร์กติกา ทวีปแอตแลนติส ทวีปอเมริกากันหมดเลย
 
คำโปรยที่อยู่ในเล่มหน้าแรกค่ะ
 
ในแอนตาร์กติกาเรือล่าปลาวาฬบังเอิญพบซากเรือโบราณและหัวกะโหลกสีดำสลักจากหินภูเขาไฟ...ทีมผู้เชี่ยวชาญมองดูคำจารึกโบราณบนผนังห้องหินลึกใต้โลกไม่กี่นาทีก่อนมีคนวางระเบิดขังพวกเขาไว้ใต้เหมืองร้างของโคโลราโด...เรือวิจัยของสหรัฐถูกโจมตีโดยเรือดำน้ำจากสงครามโลกที่จบลงครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา...เดิร์ก พิตต์ผู้อำนวยการโปรเจกต์พิเศษของนูมารู้ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นเกี่ยวข้องกัน--แต่อย่างไรล่ะ? ขณะการสืบสวนของเขาดำเนินไปก็มีคำเตือนถึงตายมาจากอดีตไกลโก้นที่ไม่น่าเป็นไปได้ ทุกคนที่พบเห็นคำจารึกปริศนานั้นต้องตายเพื่อให้ความลับยิ่งใหญ่คงอยู่
 
สำหรับเล่มนี้ก็ปูพื้นให้เรารับรู้ว่าเมื่อราวๆ 7000 ปีก่อนคริสตกาลมีดาวหางพุ่งชนโลก ทำให้เปลือกโลกเคลื่อน หายนะบังเกิด เปลี่ยนแปลงภูมิศาสตร์หมดสิ้น มนุษย์และสัตว์เกือบหมดพบกับความตาย เหลือรอดแค่จำนวนน้อยที่ต้องใช้ชีวิตอย่างลำบากแสนเข็ญ
 
ตัวร้ายเป็นทายาทรุ่นที่เท่าไหร่ไม่รู้ของชาวอามีนีส (ก็คนของแอตแลนติสที่รุ่งเรืองนั่นแล) ที่รอดจากหายนะเมื่อครั้งโบราณ คิดจะสถาปนาอาณาจักรที่ 4 ต่อจากอาณาจักรที่ 3 ของพวกนาซี ก็วางแผนกำจัดมนุษย์ทั้งโลกโดยอาศัยชั้นน้ำแข็งรอสส์ที่น้ำแข็งสะสมหนา ซึ่งเมื่อหั่นแผ่นน้ำแข็งนี้ออกจากขั้วโลกได้มันจะทำให้เกิดความไม่สมดุลแล้วเปลือกโลกก็จะเคลื่อนตัวสร้างภัยพิบัติร้ายแรงต่อมนุษยชาติ พวกพระเอกก็ต้องหาทางหยุดยั้งแผนชั่วร้าย
 
อ่านแล้วก็มึนๆ หน่อยเพราะมีทฤษฎีทางฟิสิกส์ วิทยาศาสตร์ ภูมิศาสตร์ อะไรต่อมิอะไรที่ทำให้ต้องอ่านซ้ำบางช่วง แบบว่าเราไม่ถนัดวิทยาศาสตร์มากนัก= = สำหรับฉากบู๊ก็อลังการแล้วก็หลายเหตุการณ์ด้วย แต่สนุกเหมือนเช่นเคย เหมือนดูหนังแอ็คชั่นเลยล่ะ
 
สั้นหน่อย ไปที่อีกเล่มละ
 
 
เครดิตภาพ http://looknambookshop.lnwshop.com/
 
ชื่อเรื่อง : สู่สวรรค์แวลเฮลลา
ผู้แต่ง : Clive Cussler
ผู้แปล : สุวิทย์ ขาวปลอด
สำนักพิมพ์ วรรณวิภา
จำนวนหน้า : 776 หน้า
ราคาปก : 380 บาท
 
คำโปรย
 
การผจญภัยครั้งใหม่ของ เดิร์ก พิตต์

วินาศกรรม แผนชั่วร้าย การปล้นเหนือและใต้คลื่น

เดิร์ก พิตต์กระโจนเข้าสู่การผจญภัยอันตรายที่สุดของเขา

เมื่อเรือสำราญลำหรูแอมเมอรัลด์ดอลฟินกลายเป็นไฟนรกแล้วจมลงอย่างลึกลับ นับว่าโชคดีที่ผู้อำนวยการโครงการพิเศษของนูมา เดิร์ก พิตต์ อยู่ใกล้พอจะช่วยชีวิตบรรดาผู้โดยสารและสืบสวนโศกนาฏกรรมนั้น

ขณะที่กำลังตรวจซากเรือใต้ทะเลหาร่องรอยของการวินาศกรรม พิตต์ไม่รู้ตัวเลยว่ากองกำลังที่ทรงอำนาจและชั่วร้ายกำลังแอบเล่นงานเขา เมื่อถูกบีบให้สู้เพื่อชีวิตของตัวเอง รวมทั้งมิตรสหายและเพื่อนร่วมงาน พิตต์พบตัวเองติดอยู่ระหว่างความลับของอดีตและแผนร้ายของอนาคต... อนาคตที่จะยึดโลกเพื่อเรียกค่าไถ่
 
ตอบโจทย์ A book with more than 500 pages
เกินอยู่แล้วจ้า 776 หน้า อันที่จริงที่อ่านๆ มาแล้วมาทำบิงโกเนี่ยไม่มีเล่มไหนที่ไม่ต่ำกว่า 500 หน้าเลย 55555
 
เล่มนี้เกี่ยวกับเรือของไวกิ้ง แต่ที่เด่นๆ เน้นๆ จริงๆ เราว่าเป็นฉากแอ็คชั่นที่เกิดขึ้นในเรื่อง การันตีความมัน (ส์) มากๆ คือเปิดมาก็เป็นเรือสำราญถูกวางเพลิง ไฟไหม้ลุกลามเร็วมาก ทำให้นึกถึงเรือไททานิกที่คนหนีตายกันอลหม่าน อ่านแล้วเห็นภาพความหายนะเป็นช็อตๆ เลย
 
หลายๆ เล่มที่ผ่านมาของป๋าไคลฟ์ ตั้งแต่มังกรคำรณ (Dragon) จะเจอป๋าไคลฟ์ผู้เขียนไปปรากฎในเนื้อหาด้วย และเริ่มกลายเป็นตัวช่วยเวลาที่คู่หูตัวเอกของเราเดือดร้อนขั้นหนัก หรือกำลังสิ้นหวังจนหนทาง ฮาาาา ป๋าแกจะโผล่มาเป็นตัวละครในเรื่องด้วย แล้วก็จัดหาความช่วยเหลือให้ อย่างเช่น อาหาร น้ำดื่ม และยานพาหนะ เพื่อให้พระเอกไปต่อได้ ของเล่มแวลเฮลลานี่ยอมรับว่าพวกพระเอกสิ้นหวังขั้นวิกฤตจริงๆ เพราะเรือของพวกตัวเองถูกปล้น ในขณะที่ลงยานดำน้ำขนาดเล็กลงไปสำรวจหาหลักฐานการวางเพลิงเรือสำราญ พอขึ้นมาก็พบว่าต้องลอยเท้งเต้งอยู่กลางทะเล แล้วก็ป๋าไคลฟ์นี่แหละที่อยู่ระหว่างแล่นเรือยอร์ชเที่ยวรอบโลกไปเจอเข้า เรียกว่าเป็๋นความโชคดีมหาศาล เพราะไม่งั้นเดินเรื่องต่อไม่ได้แน่ 55+ งานป๋าไคลฟ์ก็จะติดเวอร์ๆ หน่อย คือจะมีความบังเอิญบ่อยๆ ตัวเอกดวงจะเฮงมาก รอดตลอด แล้วก็ฉลาดล้ำแบบเดาเงื่อนงำที่พบเล็กๆ น้อยๆ ไปป๊ะกับสิ่งที่ค้นหาได้
 
สำหรับตัวร้ายเล่มนี้ก็เป็นคนรวยอีก คือพวกคนรวยนี่ก็รวยแล้วไม่พอ มีความโลภอยากได้ยิ่งขึ้นๆ คราวนี้อยากเป็นเจ้ากิจการน้ำมันแต่เพียงผู้เดียว ก็ก่อเรื่องก่อราวกันไป พวกพระเอกเราก็จัดการสกัดให้ได้ ตอนจบมีเซอร์ไพรส์เดิร์ก พิตต์ ด้วยล่ะ โฮะโฮะ เล่มนี้ที่เด่นๆ ก็ฉากแอ็คชั่นเช่นเคย แล้วก็ไหวพริบในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของแต่ละคนที่อ่านแล้วก็จำๆ ไป แต่หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่ต้องไปติดแหงกแบบในเหตุการณ์นั้นๆ มันทรมานแล้วก็เจ็บตัวเยอะน่าดู ไม่ไหวๆ
 
จบเพียงเท่านี้แล เข้าโหมดปั่นงานแปลละ รอว่างอีกทีถึงค่อยอ่านต่อ อิอิ รอเล่มใหม่ของป๋าไคลฟ์แหละ โทรจัน โอดิสซี่ย์ ที่คุณสุวิทย์ ขาวปลอดแปล ถ้าส่งมาถึงบ้านเมื่อไหร่ก็จะอ่านค่า ไปละๆ
 

2015/Jan/31

อ่านจบไปอีกเล่มค่ะ คราวนี้ย้ายมาทำอีกตาราง
 
 
 
เจาะตรงกลางก่อนเลย อ่านแบบฟรีสไตล์ค่ะ อ่านจนเมื่อยเลย 555
 
 
เครดิตภาพ http://looknambookshop.lnwshop.com/
 
ชื่อเรื่อง : ทะเลเลือด
ผู้แต่ง : Clive Cussler
ผู้แปล : สุวิทย์ ขาวปลอด
สำนักพิมพ์ วรรณวิภา
จำนวนหน้า : 616 หน้า
ราคาปก : 400 บาท
 
คำโปรยเรื่องย่อ
 
เจ้าหญิงโดวาน”
ผู้น่าสงสารถูกส่งออกสู่ทะเลจากท่าเรือเซี่ยงไฮ้พร้อมสมบัติมหาศาลที่เจียง ไค-เชก ปล้นจากจีนแผ่นดินใหญ่ ในการเดินทางอย่างฉุกระหุก ทหารจีนคณะชาติเข้ายึดเรื่ออย่างเงียบเชียบ เสื้อชูชีพทั้งหมดถูกดยนทิ้งจากเรือ วิทยุถูกทำลายเพื่อไม่ให้มีการติดต่อ จุดหมายปลายทางไม่บอกให้รู้
แล้ว“เธอ”ก็จมหายไปในทะเลชั่วคืนพายุคลั่งพร้อมสมบัติทั้งหมดทั้งสิ้น
เดิร์ก พิตต์ ติดตามกิจกรรมชั่วร้ายของขบวนการขนของเถื่อนจากรัฐวอชิงตันถึงหลุยเซียน่าที่ซึ่งเป้าหมายของเขากำลังสร้างท่าเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ในสถานที่รกร้างห่างไกล
….เพราะอะไร?
ขณะติดตามร่องรอยพิตต์ถูกจูงเข้าสู่การแข่งขันอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อให้พบซากของเรือลึกลับที่บรรทุกสมบัติของเจียง ไค-เชก ตอนเขาเผ่นหนีจากจีนในปี1949-รวมทั้งกล่องบรรจุกระดุกของมนุษย์ปักกิ่งที่กล่าวขาน
ศัตรูฝีมือร้ายการที่สุดของพิตต์ซุ่มรอเขาอยู่แล้ว
 
 
ไม่บรรยายเยอะแหล่ว 55+
เล่มนี้ของป๋าไคลฟ์เป็นเรื่องของเรือปริ๊นเซสโดวานที่มีภารกิจขนสมบัติล้ำค่าของเจียง ไค เชกที่ปล้นมาได้ แล้เรือก็โดนพายุหักเป็นสองท่อนจมลง โดยมีคนรอดชีวิต 2 คนชายหญิง ที่เป็นพยานคนสำคัญตอนพวกพิตต์ค้นหาเรือเพื่อกู้สมบัติขึ้นมา
 
เปิดเรื่องเหมือนเช่นทุกครั้งคือจะเล่าเหตุการณ์ของเรือที่มีบทบาทในเล่มก่อนว่าเกิดอะไรยังไง แล้วก็ทิ้งปริศนาไว้เฉลยช่วงท้ายๆ
 
นอกจากเรือ หลักๆ อีกประเด็นคือการลักลอบค้ามนุษย์อย่างผิดกฎหมาย (เอาชาวจีนไปใช้แรงงาน หรือเป็นโสเภณี เป็นต้น)ของตัวร้ายผู้ร่ำรวยแล้วก็มีเส้นสายเยอะแยะ รวมถึงประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ด้วย ที่ติดใจอยู่อย่างคือบางตอนยังไม่มีแปลไทยเราเลยยังไม่ได้อ่าน อ่านที่มีแปลไทยแล้วก่อนค่อยตามอ่านเวอร์ชั่นอังกฤษทีหลัง เลยทำให้ข้ามบางเล่มที่มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง เช่น ประธานาธิบดีเปลี่ยนอีกแล้ว ไม่ดีเหมือนคนเก่า ไม่เก่ง แอบเซ็งตอนสุดท้ายยังไม่หมดวาระ ทำอะไรไม่ได้ทั้งที่ตัดสินใจอะไรผิดแล้วก็รับเงินจากตัวร้ายเพื่อเป็นเงินหาเสียงสนับสนุนให้ปชช เลือกตัวเองมาดำรงตำแหน่งแทน เห็นว่าคนเก่าหัวใจวาย เวรกรรม= = ก็รอดูเล่มหน้าว่าเป็นไงต่อไป นอกจากเปลี่ยนตัวบุคคลก็จะเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากเล่มก่อน อาการบาดเจ็บสาหัสของพิตต์ที่ไม่รู้ไปโดนอะไรมามากขนาดนั้น อันนี้คงต้องอ่านเล่มภาษาอังกฤษเอาเอง เพราะไม่รู้จะมีแปลเมื่อไหร่ แหะๆ แต่มีแปลแล้วเราก็ซื้อมาอ่านอีกที

สำหรับเล่มนี้ชอบตอนสุดท้ายเลยล่ะ ที่เดิร์ก พิตต์ พระเอกของเราดำลงไปเอากระดูกเจ้าหมาน้อยที่พยานคนสำคัญจำใจทิ้งไว้บนเรือเพื่อหนีเอาชีวิตรอดออกมา สงสารเจ้าดัทช์ชุนน้อยๆ ตัวนั้น ตอนจมลงก้นทะเลคงทรมานมาก T___T เจ้าของพอได้ก็ดีใจได้เจอลูกอีกครั้ง ถึงจะเหลือแค่กระดูก จะได้เอาไปฝังรวมกับลูกๆ ตัวใหม่
 
อื่นๆ ก็ฉากต่อสู้บางฉากก็ชอบ ตอนทำลายเรือพิฆาตที่ใหญ่แล้วก็กำลังยุทโธปกรณ์เหนือกว่ามาก และชอบตอนค้นหาเรือ เพราะบรรยายภาพใต้ทะเลที่คงยากสำหรับเราในการดำลงไปเจอซากเรือมหึมา สมบัติก็น่าสนใจทีเดียว มีมนุษย์ปักกิ่งด้วย แต่ก็ไม่เร้าใจเท่าประวัติศาสตร์ของอียิปต์ หรือแถบยุโรป แล้วก็ปริศนาแอตแลนติสที่เราจะอ่านเป็นเล่มต่อไปของป๋าไคลฟ์ด้วย อิอิ
 

2015/Jan/28

อ่านจบไปแล้วยังไม่ได้มาแปะ
 
 
เครดิตภาพ http://lovetreeandbook.lnwshop.com/
(ที่จริงซื้อจากสมาชิกเพจคุณสุวิทย์ล่ะค่ะ แต่เล่มที่ได้มาเหมือนของร้านนี้เป๊ะเลย ทั้งร่องรอยทั้งจุดถลอก อิอิ ไม่แน่ว่าอาจเวียนๆ กันจนมาถึงมือเราก็ได้น้า เพราะตอนคร่ำเคร่งหาก็เพ่งแต่ภาพนี้อะ อุโฮะ)
 
ชื่อเรื่อง : ซาฮารา
ผู้แต่ง : Clive Cussler
ผู้แปล : อัครเดช รณชัย
สำนักพิมพ์ วันวิสาข์
จำนวนหน้า : 1,024 หน้า
ราคาปก : 148 บาท
 
ตอบโจทย์ตัว ซ
เป็นหนังสือเก่าอีกเช่นเคย แล้วก็เรื่องของเดิร์ก พิตต์ที่ป๋าไคลฟ์เขียนด้วย เพราะเร่งอ่านให้จบที่มีอยู่ในมือ

 สำหรับเล่มนี้หลักๆ เรื่องหลักๆ ที่กล่าวถึงไปรวมอยู่ที่ทะเลทรายซาฮารากันหมด ในบทนำกล่าวถึงสงครามกลางเมืองอเมริกาที่ฝ่ายใต้กำลังจะแพ้ ถูกฝ่ายเหนือรุกล่า แล้วเรือเท็กซัสซึ่งเป็นเรือเกราะสุดแกร่งทันสมัยในยุคนั้นที่ขนเอกสารสำคัญ (ที่จริงคือทองคำ) ออกแล่นเพื่อไปขึ้นที่ท่าใดท่าหนึ่งเพื่อสร้างเมืองกันใหม่ หลังจากโดนฝ่ายเหนือกระหน่ำยิงขณะพยายามจะออกมหาสมุทรจนไปเจอเรือปืนปิดล้อมไว้หนีไม่พ้น ก็เลยนำตัวบุคคลคนหนึ่งที่ฝ่ายใต้จับตัวได้ออกมาโชว์ตัว (คนนั้นคือประธานาธิบดีลินคอร์น) ฝ่ายเหนือก็หยุดยิงแล้วปล่อยให้ผ่านไป หายลับไปในกระแสหมอก คือเปิดตัวทิ้งปริศนาไว้แบบนี้แหละ แต่กว่าจะกล่าวถึงเรือเท็กซัสอีกทีก็ท้ายเล่มโน่นเพราะมีอีกประเด็นที่ทำให้พระเอกเดิร์ก พิตต์กับคู่หูจิออร์ดิโนมือขวาเขา และมือเก่งอีกคนคือรู้ดี้ กันน์ต้องออกปฏิบัติภารกิจเสี่ยงตาย
 
คือนอกจากเรือเท็กซัสแล้วก็มีเรื่องหายนะของโลกจากมลภาวะเป็นพิษทางน้ำที่ตัวร้ายของเรื่อง 2 คนร่วมมือกัน คนหนึ่งเป็นชาวฝรั่งเศสทำธุรกิจผิดกฎหมายกำจัดกากของเสีย รวมถึงกากเคมีปรมาณูที่รับจากหลายประเทศมาทิ้งที่โรงทำลายในทะเลทรายซาฮารา กับนายพลที่มีอำนาจคุมผู้นำของประเทศมาลีได้ ผู้นำก็เป็นแค่หุ่นเท่านั้น สาเหตุมันก็เกิดจากโรงงานของอีตาฝรั่งเศสคนนี้ที่เอากากของเสียมีพิษไปฝังใต้ดิน แล้วมันก็รั่วซึมออกไปตามแหล่งน้ำเล็กๆ จนออกไปถึงมหาสมุทร ผลเสียที่มลพิษจากกากเคมีออกไปมากๆ มันก็ไปเร่งการเติบโตของไดโนแฟลเจลเลท พอมันมากเข้าก็ทำให้เกิดกระแสน้ำแดง มันก็กินตัวพืชในน้ำที่ผลิตออกซิเจนให้โลก พอไม่มีพืชพวกนี้ ออกซิเจนก็จะค่อยๆ หมดไป มนุษย์ก็จะตายหมด ทางกลุ่มพระเอกก็เลยจะต้องหาต้นตอแหล่งพิษ คราวนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่สน NUMA ก็เลยต้องจัดการเองลับๆ พวกพระเอกก็ต้องบุกเอาชีวิตไปเสี่ยง
 
นอกจากฝ่ายพระเอกที่มาหาพิษในน้ำแล้ว องค์การอนามัยโลกของสหประชาชาติก็ส่งผู้เชี่ยวชาญหลายคนให้เข้าไปดูโรคระบาดที่กำลังแพร่อย่างเร็ว แบบไอ้โรคเนี่ยมันก็เกิดจากคนดื่มน้ำที่มีพิษเจ้าปัญหาเข้าไปแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงในร่างกายจนถึงขั้นบ้าคลั่งกินคนด้วยกันเองได้ แล้วกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ก็ถูกหมายหัว ถูกลอบฆ่า วิธีไหนก็ได้ที่จะไปไกลๆ ประเทศมาลี จะได้ไม่มารู้เรื่องโรงกำจัดกากพิษ จนตอนหลังโดนจับไปอยู่ในเหมืองแร่ทองคำ อีกกิจการของพวกตัวร้าย โดนทรมานให้ใช้แรงงานขุดแร่ เหมือนกับคุกดีๆ นี่เองล่ะ แล้วพิตต์กับจิออร์ดิโนที่ปฏิบัติหน้าที่ต่อ ค้นให้ถึงต้นตอ หลังจากแยกกับกันน์ที่เอาตัวอย่างน้ำกับสารพิษที่ตรวจพบแล้วหนีไปให้นักวิทยาศาสตร์ของพวกที่อยู่วอชิงตัน พิตต์กับจิออร์ดิโนก็พบแหล่งพิษแล้ว และโดนจับตัวได้ไปอยู่ที่เหมืองแร่ทองเหมือนกัน เลยเจอะกับพวกผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติ พวกพิตต์พยายามหนีออกมา โอย ไอ้ตอนหนีเนี่ยเหนื่อยแทนมากๆ เพราะต้องหนีข้ามทะเลทรายซาฮาราเลย เพื่อจะไปตามคนมาช่วยเหยื่อในเหมือง หลังตามมาได้ก็หาทางหนีจากพวกมาลีอีก มาเหนื่อยลุ้นอีกทีตอนตัวร้ายรู้แกวแล้วมาดักที่ซ่อนตัว เกินการต่อสู้นองเลือด แต่ก็พ้นมาได้แบบเกือบตายเพราะทหารพรานของสหรัฐฯ ที่ตอนหลังมาช่วยเพราะประธานาธิบดีที่ไม่รู้เรื่องหายนะของโลกได้รับแจ้งจากนายพลเซนเด็กเกอร์ของเรา เลยมีคำสั่งให้ไปช่วย
 
โดยสรุปก็มันเหมือนเดิมค่ะ ซาอาราเคยนำไปทำเป็นภาพยนตร์แล้วด้วย เรายังไม่ได้ดูสักที เหมือนจะเคยเห็นคอมเมนท์ว่าหนังสือสนุกกว่า เราเลยอ่านหนังสือ แล้วถ้าว่างจริงๆ ก็ค่อยหยิบหนังมาดู อิอิ แมธทิว แมคคอนนาเฮ เล่นเป็นเดิร์ก พิตต์ล่ะ
 
ก็โอเคสำหรับอีกเล่ม รีบพิมพ์รัวๆ เพราะจะไปอ่านต่อละ หรือไม่ก็แปลงานต่อ แต่ยังแอบขี้เกียจอยู่เลย 55+