2015/Jan/28

อ่านจบไปแล้วยังไม่ได้มาแปะ
 
 
เครดิตภาพ http://lovetreeandbook.lnwshop.com/
(ที่จริงซื้อจากสมาชิกเพจคุณสุวิทย์ล่ะค่ะ แต่เล่มที่ได้มาเหมือนของร้านนี้เป๊ะเลย ทั้งร่องรอยทั้งจุดถลอก อิอิ ไม่แน่ว่าอาจเวียนๆ กันจนมาถึงมือเราก็ได้น้า เพราะตอนคร่ำเคร่งหาก็เพ่งแต่ภาพนี้อะ อุโฮะ)
 
ชื่อเรื่อง : ซาฮารา
ผู้แต่ง : Clive Cussler
ผู้แปล : อัครเดช รณชัย
สำนักพิมพ์ วันวิสาข์
จำนวนหน้า : 1,024 หน้า
ราคาปก : 148 บาท
 
ตอบโจทย์ตัว ซ
เป็นหนังสือเก่าอีกเช่นเคย แล้วก็เรื่องของเดิร์ก พิตต์ที่ป๋าไคลฟ์เขียนด้วย เพราะเร่งอ่านให้จบที่มีอยู่ในมือ

 สำหรับเล่มนี้หลักๆ เรื่องหลักๆ ที่กล่าวถึงไปรวมอยู่ที่ทะเลทรายซาฮารากันหมด ในบทนำกล่าวถึงสงครามกลางเมืองอเมริกาที่ฝ่ายใต้กำลังจะแพ้ ถูกฝ่ายเหนือรุกล่า แล้วเรือเท็กซัสซึ่งเป็นเรือเกราะสุดแกร่งทันสมัยในยุคนั้นที่ขนเอกสารสำคัญ (ที่จริงคือทองคำ) ออกแล่นเพื่อไปขึ้นที่ท่าใดท่าหนึ่งเพื่อสร้างเมืองกันใหม่ หลังจากโดนฝ่ายเหนือกระหน่ำยิงขณะพยายามจะออกมหาสมุทรจนไปเจอเรือปืนปิดล้อมไว้หนีไม่พ้น ก็เลยนำตัวบุคคลคนหนึ่งที่ฝ่ายใต้จับตัวได้ออกมาโชว์ตัว (คนนั้นคือประธานาธิบดีลินคอร์น) ฝ่ายเหนือก็หยุดยิงแล้วปล่อยให้ผ่านไป หายลับไปในกระแสหมอก คือเปิดตัวทิ้งปริศนาไว้แบบนี้แหละ แต่กว่าจะกล่าวถึงเรือเท็กซัสอีกทีก็ท้ายเล่มโน่นเพราะมีอีกประเด็นที่ทำให้พระเอกเดิร์ก พิตต์กับคู่หูจิออร์ดิโนมือขวาเขา และมือเก่งอีกคนคือรู้ดี้ กันน์ต้องออกปฏิบัติภารกิจเสี่ยงตาย
 
คือนอกจากเรือเท็กซัสแล้วก็มีเรื่องหายนะของโลกจากมลภาวะเป็นพิษทางน้ำที่ตัวร้ายของเรื่อง 2 คนร่วมมือกัน คนหนึ่งเป็นชาวฝรั่งเศสทำธุรกิจผิดกฎหมายกำจัดกากของเสีย รวมถึงกากเคมีปรมาณูที่รับจากหลายประเทศมาทิ้งที่โรงทำลายในทะเลทรายซาฮารา กับนายพลที่มีอำนาจคุมผู้นำของประเทศมาลีได้ ผู้นำก็เป็นแค่หุ่นเท่านั้น สาเหตุมันก็เกิดจากโรงงานของอีตาฝรั่งเศสคนนี้ที่เอากากของเสียมีพิษไปฝังใต้ดิน แล้วมันก็รั่วซึมออกไปตามแหล่งน้ำเล็กๆ จนออกไปถึงมหาสมุทร ผลเสียที่มลพิษจากกากเคมีออกไปมากๆ มันก็ไปเร่งการเติบโตของไดโนแฟลเจลเลท พอมันมากเข้าก็ทำให้เกิดกระแสน้ำแดง มันก็กินตัวพืชในน้ำที่ผลิตออกซิเจนให้โลก พอไม่มีพืชพวกนี้ ออกซิเจนก็จะค่อยๆ หมดไป มนุษย์ก็จะตายหมด ทางกลุ่มพระเอกก็เลยจะต้องหาต้นตอแหล่งพิษ คราวนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่สน NUMA ก็เลยต้องจัดการเองลับๆ พวกพระเอกก็ต้องบุกเอาชีวิตไปเสี่ยง
 
นอกจากฝ่ายพระเอกที่มาหาพิษในน้ำแล้ว องค์การอนามัยโลกของสหประชาชาติก็ส่งผู้เชี่ยวชาญหลายคนให้เข้าไปดูโรคระบาดที่กำลังแพร่อย่างเร็ว แบบไอ้โรคเนี่ยมันก็เกิดจากคนดื่มน้ำที่มีพิษเจ้าปัญหาเข้าไปแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงในร่างกายจนถึงขั้นบ้าคลั่งกินคนด้วยกันเองได้ แล้วกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ก็ถูกหมายหัว ถูกลอบฆ่า วิธีไหนก็ได้ที่จะไปไกลๆ ประเทศมาลี จะได้ไม่มารู้เรื่องโรงกำจัดกากพิษ จนตอนหลังโดนจับไปอยู่ในเหมืองแร่ทองคำ อีกกิจการของพวกตัวร้าย โดนทรมานให้ใช้แรงงานขุดแร่ เหมือนกับคุกดีๆ นี่เองล่ะ แล้วพิตต์กับจิออร์ดิโนที่ปฏิบัติหน้าที่ต่อ ค้นให้ถึงต้นตอ หลังจากแยกกับกันน์ที่เอาตัวอย่างน้ำกับสารพิษที่ตรวจพบแล้วหนีไปให้นักวิทยาศาสตร์ของพวกที่อยู่วอชิงตัน พิตต์กับจิออร์ดิโนก็พบแหล่งพิษแล้ว และโดนจับตัวได้ไปอยู่ที่เหมืองแร่ทองเหมือนกัน เลยเจอะกับพวกผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติ พวกพิตต์พยายามหนีออกมา โอย ไอ้ตอนหนีเนี่ยเหนื่อยแทนมากๆ เพราะต้องหนีข้ามทะเลทรายซาฮาราเลย เพื่อจะไปตามคนมาช่วยเหยื่อในเหมือง หลังตามมาได้ก็หาทางหนีจากพวกมาลีอีก มาเหนื่อยลุ้นอีกทีตอนตัวร้ายรู้แกวแล้วมาดักที่ซ่อนตัว เกินการต่อสู้นองเลือด แต่ก็พ้นมาได้แบบเกือบตายเพราะทหารพรานของสหรัฐฯ ที่ตอนหลังมาช่วยเพราะประธานาธิบดีที่ไม่รู้เรื่องหายนะของโลกได้รับแจ้งจากนายพลเซนเด็กเกอร์ของเรา เลยมีคำสั่งให้ไปช่วย
 
โดยสรุปก็มันเหมือนเดิมค่ะ ซาอาราเคยนำไปทำเป็นภาพยนตร์แล้วด้วย เรายังไม่ได้ดูสักที เหมือนจะเคยเห็นคอมเมนท์ว่าหนังสือสนุกกว่า เราเลยอ่านหนังสือ แล้วถ้าว่างจริงๆ ก็ค่อยหยิบหนังมาดู อิอิ แมธทิว แมคคอนนาเฮ เล่นเป็นเดิร์ก พิตต์ล่ะ
 
ก็โอเคสำหรับอีกเล่ม รีบพิมพ์รัวๆ เพราะจะไปอ่านต่อละ หรือไม่ก็แปลงานต่อ แต่ยังแอบขี้เกียจอยู่เลย 55+

2015/Jan/25

สำเร็จไป 1 เล่มของตารางตามใจตัวเอง
 
 
 
เครดิตภาพ http://www.su-usedbook.com/?lang=th
 
ชื่อเรื่อง : ล่าขุมทรัพย์มหากาฬ
ผู้แต่ง : Clive Cussler
ผู้แปล : เอก อัศดร
สำนักพิมพ์ สปายพับบลิชชิ่ง
จำนวนหน้า : 837 หน้า
ราคาปก : 120 บาท
 
ตอบโจทย์ตัว ล
หนังสือเก่าแล้วค่ะ เราตามล่าร่วมๆ 4 เดือนกว่าจะได้ หายากมากกก แรร์ไอเท็มสุดๆ ช่วงนี้กำลังเร่งอ่านงานของป๋าไคลฟ์ให้หมดที่ซื้อมาเพราะตอนใหม่ที่คุณอาสุวิทย์แปลกำลังจะออกแล้ว เปิดให้จองอยู่ค่ะ
 
เป็นแนวแอ็คชั่นผจญภัยสืบสวนสอบสวนที่บรรยายฉากแอ็คชั่นได้น่าติดตามเหมือนดูหนังอยู่เลยทีเดียวค่ะ สไตล์ป๋าไคลฟ์ก็จะเกี่ยวข้องกับเรือ เพราะป๋าแกเป็นนักสมุทรศาสตร์ด้วย และมีเอี่ยวการเมืองด้วยเสมอ 55+ เรื่องนี้ก็เช่นกัน อันที่จริง Treasure เป็นเล่มที่เราอยากได้ก่อนเล่มอื่นเลย เพราะคีย์หลักๆ คือหอสมุดอเล็กซานเดรีย เราชอบพวกประวัติศาสตร์กับห้องสมุด บวกๆ กันเลยลุ้นเป็นพิเศษสำหรับตอนนี้
 
ในเล่มแบ่งเป็น 4 ภาค มีบทนำด้วยรวมเป็น 5 พาร์ท บทนำจะบรรยายถึงสมัยที่หอสมุดถูกทำลายแล้วมีการขนย้ายเอกสารมีค่าต่างๆ ออกมาซ่อนไว้ ณ ที่แห่งหนึ่งที่ต้องเดินทางด้วยเรือข้ามน้ำข้ามทะเลหลายตลบ แล้วก็บรรยายจุดจบของบุคคลสำคัญที่เกี่ยวกับหอสมุด แต่ไม่ได้บอกที่ซ่อนไว้ เรื่องก็เริ่มต้นจากนี้ ภาค 1-4 ก็ตัดเหตุการณ์สลับไปมาระหว่างการหาหอสมุด กับช่วยเหลือผู้นำคนสำคัญที่ถูกหมายปองชีวิต
 
พระเอกของเราชื่อ เดิร์ก พิตต์ เก่งกาจสามารถมาก จนบางครั้งเราก็รู้สึกว่าเก่งเว่อร์อยู่เหมือนกัน มีพ่อเป็นวุฒิสมาชิก มีคู่หูคู่ซื้ที่ออกปฏิบัติการด้วยกันเป็นประจำชื่อ อัล จิออร์ดิโน แล้วก็จะมีนายพลแซนเดกเกอร์อีกคนที่เป็นตัวหลักๆ
 
เล่มตอนหอสมุดอเล็กซานเดรียนี้ก็เกี่ยวกับการเมืองอีก หุหุ หอสมุดเองนี่ล่ะที่เป็นเครื่องมือทางการเมืองอย่างดี รัฐบาลสหรัฐฯ ก็อยากได้เพื่อจะเจอะเจอแผนผังทางภูมิศาสตร์ในหอสมุดที่จะใช้เป็นไกด์ไปสู่แหล่งสมบัติต่างๆ อย่างขุมทองฟาโรห์ แหล่งมรกตของคลีโอพัตรา ฯลฯ โอย เยอะแยะ คือจะเอาสมบัติเขามาแล้วก็เปิดเจรจาการเมืองการค้า ดำรงความเป็นประเทศผู้นำของโลกต่อไป= =" แล้วนอกจากภารกิจหาที่ตั้งหอสมุดก็ยังมีสถานการณ์ล้มผู้นำของอียิปต์กับเม็กซิโกโดยสองพี่น้องอาชญากรสุดโหดเจ้าเล่ห์ หวังจะขึ้นเป็นผู้นำแทน ก็เกิดเรื่องที่ทำให้พวกพระเอกต้องเข้าไปลุย เพราะแผนการลักพาตัวผู้นำประเทศที่ดันมีพ่อของพระเอกติดร่างแหเข้าไปด้วยในเรือลำนั้น ก็ถล่มทลาย มัน(ส์) อลังการ ระเบิดตู้มต้าม พังพินาศตามระเบียบค่ะ ก๊ากกกก เราชอบอ่านก็ตอนบุกแหลกนี่ล่ะ สนุกดี สุดท้ายก็ช่วยตัวประกันได้ และเจอที่ตั้งหอสมุดค่ะ
 
คือรายละเอียดต่างๆ เยอะมาก ทั้งเกมกล ชิงไหวชิงพริบ อะไรต่างๆ ซึ่งเราบรรยายไม่หมด แล้วเดี๋ยวจะเป็นการสปอยล์หนักด้วย อิอิ เราชอบงานป๋าไคลฟ์เพราะมีความเชื่อมโยงปริศนาในประวัติศาสตร์ แล้วก็การเอาตัวรอดของพระเอกในแต่ละตอน อ่านไว้ได้ไอเดียใหม่ๆ เวลาเกิดสถานการณ์วิกฤตกับตัวเอง 5555 คือเขาเข้าใจคิดนะ อย่างมีอยู่เล่มนึงพวกถูกขังไว้บนเกาะ แล้วตาเดิร์กก็หนีออกทะเลไปขอความช่วยเหลือได้ด้วยการดัดแปลงอ่างอาบน้ำเป็นเรืออะ ฮาาาา หาโน่นนี่รอบตัวมาใช้ให้เกิดประโยชน์ อืม แอบทึ่งอยู่นะเนี่ย
 
รู้สึกพิมพ์ยาวแฮะ เราก็รีวิวไม่เป็นซะด้วย เลยออกมางงๆ แบบนี้ 55+
 
ว่าจะไปอ่านของตัวอักษรต่อไปละ พักผ่อนๆ วันอาทิตย์สบายๆ แล้วค่อยแปลงานต่อพรุ่งนี้ละกัน ดีมั้ยเนี่ย...

2015/Jan/22

 
เย้ๆ อยากทำภารกิจรี้ดดิ้งบิงโกมากๆ เลยค่ะ หนังสือกองสูงเป็นภูผามหากาฬจริงๆ เพราะสะสมหมักดองมาเป็นเวลาหลายปี= =" แล้วด้วยความที่งานก็อยู่กับหนังสือตลอดเวลา เลยยิ่งไม่ค่อยได้กางเล่มอื่นๆ อ่านเข้าไปอีก ได้แต่สัมผัสลูบๆ คลำๆ แล้วบอกกับหนังสือว่าเดี๋ยวจะอ่านนะ ผ่านมาหลายเดี๋ยวก็ยังไม่ได้อ่าน 55+ หนังสือใหม่ออกก็ซื้อมากองเพิ่มเรื่อยๆ และเรื่อยๆ เป็นไปได้ว่าชาตินี้คงอ่านไม่หมด แต่เอาเป็นว่าอย่างน้อยปีนี้น่าจะพอมีเวลาว่าง (อู้) งานก็ตั้งเป้าว่าจะอ่านถล่มทลายภูเขาหนังสือให้ได้มากที่สุด จากที่คิดโปรเจ็กต์อ่านตามใจฉันตารางเดียว ก็เพิ่ม 2 ตารางของปี 2014 ที่ยังไม่ได้ทำไปด้วย ปีนี้จะได้อ่านเยอะๆ อิอิอิ
 
ตารางที่ 1 ตามใจฉัน
 
หนังสือที่มีพยางค์แรกขึ้นต้นอักษร ก-ฮ แต่เนื่องจากบางตัวอักษรหาพยางค์ขึ้นต้นไม่มี หรือบางตัวเป็นแต่ตัวสะกด เราก็เลยตัดออกบ้าง แล้วทำเป็นตารางง่ายๆ ไม่ค่อยสวยงาม ฮาาาา
 
 
ตารางที่ 2 หนังสือทั่วไป
 
เห็นจาก bloggang ตั้งแต่ปีที่แล้วแหละ เขาใจดีแปลเป็นภาษาไทยให้ด้วย เรายังไม่ได้ทำแต่หาๆ หนังสือตามโจทย์มาเตรียมไว้บ้างแล้ว
 
 
ตารางที่ 3 วรรณกรรมเยาชน
 
เราเป็นพวกโตมากับวรรณกรรมเยาวชนนะ แต่พอทำงานทำการก็ไม่ได้หยิบจับมาอ่านเท่าไหร่ นี่ก็เป็นตารางของปีที่แล้วเหมือนกัน เห็นจากใน bloggang อีกแหละ ปีนี้ได้ฤกษ์ทำซะทีน่า
 
 
 
อ่านสู้ๆ นะปีนี้
 
ส่วนปิดท้ายเอนทรี่ก็จะขอแนะนำงานแปลไลท์โนเวลซีรี่ส์ใหม่ค่ะ
เรื่อง วายร้ายผู้โศกเศร้า กับเรื่องเล่าปริศนา เล่ม 1
ผู้แต่ง : Kamitsuki Rainy
ภาพ : Kimura Daisuke
สำนักพิมพ์ : สยามอินเตอร์คอมิกส์ไลท์
 
 
เครดิตภาพ http://smmpublishing.com/
 
คำโปรย
 
“มันเป็นหนังสือภาพโหดเหี้ยมที่วาดฉากจบได้อย่างโศกสลด ห้ามอ่านเป็นอันขาด” หมาป่าโกหกจากเรื่อง “หนูน้อยหมวกแดง”  ราชินีใจร้ายจากเรื่อง “สโนว์ไวท์” ขุนนางหนุ่มฆาตกรจากเรื่อง “เคราน้ำเงิน” พวกเขาที่รับบทตัวผู้ร้ายเข้าครอบงำคนที่เป็นเจ้าของ “หนังสือภาพ” และเผยความปรารถนาอันน่าอัปลักษณ์นั้นออกมา---- เพื่อนสนิทหายไป นักเรียนหญิงมัธยมต้นหายตัวไปอย่างต่อเนื่องกับเหตุการณ์ไม่ปกติที่เกิดขึ้นตามมาติดๆ รอบตัวนักเรียนมัธยมปลายที่ชื่อคาซางิ คาเนสุเกะ และท่ามกลางเหตุการณ์จี้รถโดยสารที่เกิดขึ้นระหว่างทางไปโรงเรียนเขาก็ได้เจอกับโอบินาตะ สึกิโยะ เด็กสาวตาสีฟ้าที่กำลังเก็บรวบรวม “หนังสือภาพ” กลับคืน....วีรกรรมการต่อสู้ระหว่างผู้ก่ออาชญากรรมที่ใช้พลังเหนือมนุษย์ที่ยืมมาจากตัวผู้ร้ายในเรื่องกับบรรดาผู้ที่จะหยุดยั้งอาชญากรเหล่านั้นได้เปิดม่านขึ้นแล้ว
 
พอเป็นเรื่องที่มีหนังสือมาเกี่ยวข้องเราก็เลือกที่จะแปลมากกว่าเรื่องอื่นค่ะ เรื่องนี้พระเอกแว่นค่ะ นางเอกน่ารัก+มีปริศนาลึกลับ (ที่น่าจะเปิดเผยเรื่อยๆ ในเล่มต่อไป) ทั้งหมด 5 เล่มจบค่ะ จากคำโปรยและปกที่ดูสีทึมๆ ชวนให้คิดว่าลึกลับน่ากลัว ก็ลึกลับนะคะแต่ไม่ถึงกับน่ากลัว คือเท่าที่แปลมาก็คิดว่าน้องๆ ม.ต้นอ่านได้ไม่มีพิษมีภัยค่ะ ตอนแรกที่รับมาเราก็แปลคำโปรยด้านหลังก่อน แล้วก็เห็นชื่อตัวละครในเทพนิยายโผล่มา เลยค้นๆ ข้อมูลก็ไปเจอทฤษฎีที่เป็นด้านมืดของเทพนิยายกริมม์เข้าให้ จากนิทานใสๆ ที่เด็กๆ อ่านเพลินก็มีการตีความในด้านมืดถึงสัญลักษณ์ต่างๆ ในเรื่อง อ่านแล้วก็โอว ร้ายกาจเยี่ยงนั้นเลย แล้วค้นไปค้นมาก็ไปเจอนิยายฆาตกรรมเรื่อง Brother Grimm หรือชื่อไทย นิทรานาฏฆาตกรรม ของ Craig Russell ที่ตะวันส่องสำนักพิมพ์นำมาแปล เรื่องนี้ออกมานานแล้วค่ะ เราเห็นว่าเกี่ยวกับเทพนิยายกริมม์ด้านมืดเลยหาซื้อมา แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่ได้อ่าน เพราะเปิดคำนำคร่าวๆ แล้วฆาตกรรมโหดมากๆ คงเก็บไว้ในรี้ดดิ้งบิงโกโจทย์ หนังสือที่ทำให้กลัว 55555 ก็ตอนแรกนึกว่าเรื่องวายร้ายฯ ที่เราแปลจะโหดร้าย ทารุณกรรม ป่าเถื่อนแบบในบราเธอร์ กริมม์ ไง แต่มันต่างกันเยอะค่ะ งานแปลเราน่าจะ 11+ มั้ง ส่วนนิทรานาฏฯ เราว่าความโหด 18+ เลยล่ะ
 
 
 
เครดิตภาพ http://www.smm.co.th/highlight/info/607
 
ถ้าต้องตาโดนใจก็หยิบจับหามาอ่านกันนะคะ วางแผงไปเมื่อ 20 ม.ค.2558 ที่ผ่านมาค่ะ
 
ช่วงนี้ยังคงปั่นงานเรื่อยๆ แต่ถ้าเมื่อยๆ ก็จะเอาหนังสือมาอ่านเพื่อทำรี้ดดิ้งบิงโกค่า
แล้วเจอกันนะคะ